Email Marketing คืออะไร ? ชวนทำความรู้จักเพื่อสร้างผลลัพธ์การตลาดที่คุ้มค่ากัน !

email marketing คือ, email marketing ตัวอย่าง

เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยได้รับอีเมลในรูปแบบการประชาสัมพันธ์ข่าวสารโปรโมชั่นจากแบรนด์ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุกิจเครื่องสำอาง ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ธุรกิจการเงินการลงทุน หรือธุรกิจอื่นๆ ตามที่เราเคยให้ข้อมูลที่อยู่อีเมลเอาไว้ เพื่อให้บริษัทส่งข้อมูลทางการตลาดมาให้ สิ่งนี้เรียกว่า Email Marketing คือกลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์วิธีหนึ่งในการสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางอีเมล ซึ่งสามารถทำให้องค์กรธุรกิจมีการเติบโตในแง่ของรายได้ หรือทำให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้ 

ปัจจุบันมีทั้งองค์กรน้อยใหญ่ที่ใช้การส่งอีเมลเพื่อการส่งเสริมการตลาดและยังใช้ได้ผลดี จากข้อมูลของ Optinmonster ระบุว่า ลูกค้าที่ได้รับอีเมลการตลาดจะมีอัตราซื้อสินค้าอยู่ที่ 4.24% ในขณะที่มีการซื้อสินค้าจากการเสิร์ชข้อมูล 2.49% และซื้อสินค้าจากสื่อโซเชียลมีเดีย 0.59% ทั้งนี้ การใช้อีเมลในการสื่อสารกับลูกค้า ได้ผลมากกว่าการใช้สื่อโซเชียลออนไลน์ 40 เท่า และการใช้ Email Marketing ยังมีค่า ROI (อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน) อยู่ที่ 4400%  จากตัวเลขจะเห็นได้ว่าการส่งอีเมลหาลูกค้ามีความทรงพลังและสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับธุรกิจเป็นอย่างมาก มาทำความรู้จักกับ Email Marketing กันให้มากขึ้น พร้อมทั้งเรียนรู้กรณีศึกษา Email Marketing ตัวอย่างจากองค์กรดังระดับโลก เพื่อประยุกต์ใช้สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ในธุรกิจของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกัน 

Email Marketing คืออะไร สำคัญต่อการทำธุรกิจอย่างไร ? 

Image Credit : Freepik

Email Marketing คือ การทำการตลาดผ่านอีเมล ซึ่งเป็นการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่งโดยใช้วิธีการส่งข้อความการตลาด หรือข้อความมาร์เก็ตติ้งไปยังลูกค้าผ่านทางอีเมล เพื่อการโปรโมทสินค้าบริการใหม่ๆ เพื่อส่งข่าวสารประชาสัมพันธ์ การจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายและสร้างยอดขายสินค้า เพื่อสร้างTraffic ให้กับเว็บไซต์ หรือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรธุรกิจได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถสร้าง Customer Loyalty หรือความภักดีที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจของเราได้ด้วย 

การทำ Email Marketing สามารถทำได้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจความงาม ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจเทคโนโลยี ธุรกิจเสื้อผ้า ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์และการลงทุน หรือองค์กรไม่แสวงผลกำไรอื่นๆ ก็ตาม เมื่อโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งดิจิทัล ทำให้การทำตลาดในรูปแบบออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมาก และ Email Marketing ก็เป็นการส่งเสริมการตลาดทางออนไลน์ที่มีผลต่อการสร้างยอดขายให้กับธุรกิจ และเพื่อให้ธุรกิจได้บรรลุเป้าหมายทางการตลาดตามที่ได้วางไว้นั่นเอง

ประเภทของ Email Marketing

Image Credit : Freepik
  • Welcome Email

เป็นอีเมลในรูปแบบการต้อนรับลูกค้าใหม่และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัท หรือเพื่อเสนอโปรโมชั่นทดลองใช้สินค้า ลดราคาพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ เป็นต้น

  • Newsletter Email

หรืออีเมลจดหมายข่าว ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมใช้สำหรับการส่ง Email Marketing คือ ส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าบริการใหม่ๆ และยังรวมถึงการส่งบทความ บล็อก หรือบทวิจารณ์สินค้าผลิตภัณฑ์จากผู้ใช้คนอื่นๆ เพื่อเป็นการดึงดูดให้ลูกค้าเข้าเว็บไซต์เลือกชมสินค้าเพิ่มเติม หรือเพื่อให้ลูกค้าอ่านข้อมูลและเกิดความรู้สึกอยากทดลองใช้สินค้านั้นๆ เป็นต้น

  • Invite Email

เป็นอีเมลที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่กำลังจะจัดขึ้น หรือเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การสัมมนาต่างๆ ซึ่งบริษัทได้มีการส่ง Invite Email เพื่อดึงความสนใจจากลูกค้าให้ลูกค้ามาเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น

  • Promotional Email

หรืออีเมลส่งเสริมการขาย ซึ่งพบเห็นกันได้โดยทั่วไป และนิยมใช้สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อเป็นการแจ้งแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการขายและสร้างยอดขายให้กับบริษัท

  • Survey Email

เป็นการส่งอีเมลไปยังลูกค้าเพื่อสำรวจ Feedback จากลูกค้าว่า มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทอย่างไร และต้องการให้สินค้าบริการมีการปรับปรุงอย่างไรบ้าง ซึ่งอาจเป็นการส่งแบบสอบถามที่ทำใด้แบบออนไลน์ การส่ง Survey Email Marketing คือการเก็บข้อมูลความคิดเห็นจากผู้ใช้จริง และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้มีคุณภาพมากขึ้นและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้นด้วย

  • Seasonal Marketing Email

เป็นการส่งอีเมลการตลาดตามเทศกาลพิเศษหรือวันสำคัญต่างๆ เพื่อเสนอโปรโมชั่นพิเศษในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือเสนอขายสินค้าบริการที่สอดคล้องกับช่วงเทศกาลนั้นๆ เช่น วันพ่อ วันแม่ วันวาเลนไทน์ เทศกาลปีใหม่ และเกิดการซื้อสินค้ามากขึ้น

ขั้นตอนการทำ Email Marketing ทำได้อย่างไร ?

Image Credit : Freepik

1. ตั้งเป้าหมายในการส่งอีเมลให้ชัดเจน

ก่อนที่จะส่งอีเมลไปยังลูกค้านั้น ต้องรู้จุดประสงค์และทิศทางในการส่ง Email Marketing ก่อนว่า จะส่งอีเมลประเภทใด เพื่อวัตถุประสงค์อะไร และรายละเอียดในอีเมลควรที่จะมีอะไรบ้าง และส่งอีเมลอย่างสม่ำเสมอ เพื่องสร้างการจดจำให้กับลูกค้าที่ได้รับ  Email Marketing

2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน

หากไม่มีการสร้างลิงก์ประเภทต่างๆ อาจทำให้เป็นการตัดโอกาสการทำคะแนนเพื่อติดอันดับจาก Google ไม่ว่าเนื้อหาของเราจะมีคุณภาพมากเพียงใด แต่ถ้าไม่มีการสร้างลิงก์เพื่อเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ ก็อาจเป็นการลดโอกาสการมองเหมายถึง การจัดกลุ่มรายชื่อของลูกค้าที่เราต้องการส่ง  Email Marketing ไปให้ ว่าต้องการส่งอีเมลไปยังลูกค้ากลุ่มใด ซึ่งอาจได้จากการที่ลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนตัวไว้ให้กับทางบริษัท และนำมาจัดหมวดหมู่แยกเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทต่างๆ เพื่อง่ายต่อการทำตลาดได้อย่างเฉพาะเจาะจงและตรงจุดมากขึ้น

3. ส่งอีเมลให้เหมาะสมกับผลตอบรับที่คาดหวัง

ในการส่งอีเมลการตลาดทุกครั้ง ควรจะมีต้องมีเป้าหมายหรือมีการคาดการณ์ผลลัพธ์เอาไว้ว่า ต้องการให้ลูกค้ามีปฏิกิริยาหรือมีการตอบสนองอย่างไร เช่น เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์จากการกด Subscribe ติดตามข่าวสาร ต้องการให้คลิกซื้อสินค้า คลิกรับคูปองโปรโมชั่น ฯลฯ และออกแบบอีเมลให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ต้องการ 

4. วิเคราะห์ข้อมูล

เมื่อได้ทำการส่งอีเมลไปแล้ว ก็สามารถนำการตอบรับจากลูกค้ามาวิเคราะห์เป็นข้อมูลทางการตลาดได้ เช่น มีการเปิดอ่านเป็นจำนวนเท่าใด มีตามตอบสนองจากลูกค้าอย่างไรบ้าง และที่สำคัญคือ  Email Marketing สามารถสร้างยอดขายให้กับสินค้าหรือบริการของธุรกิจได้หรือไม่ และทำการปรับปรุงกลยุทธิ์ทางการตลาดต่อไป

จะสร้าง Email Marketing อย่างไร ให้สำเร็จ!

  • เลือกส่งอีเมลให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น อีเมลนำเสนอเครื่องสำอาง ส่งให้กับลูกค้าเพศหญิงเป็นหลัก เป็นต้น
  • มีชื่อผู้ส่งอีเมลที่ชัดเจน มีความน่าเชื่อถือ เป็นชื่อของแบรนด์ หรือชื่อองค์กรธุรกิจโดยตรง มีโลโก้ในอีเมล เพื่อเป็นการสร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ด้วย 
  • ใส่ชื่อลูกค้าเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้รับอีเมลรู้สึกว่ามีความเฉพาะเจาะจง และส่งมาหาตนเองโดยเฉพาะ 
  • สื่อสารโดยใช้รูปภาพร่วมด้วย เพื่อดึงดูดความน่าสนใจ และย่อยสารได้ง่าย
  • อีเมลสามารถเปิดอ่านได้บนอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ หลีกเลี่ยงการใช้รูปภาพขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาโหลดนาน เพราะจะทำให้หมดความน่าสนใจและลูกค้ากดปิดอีเมลเราไปได้ 
  • ใส่ข้อมูล Social Media หรือ Official Website ขององค์กรธุรกิจเพื่อเป็นช่องทางในการนำลูกค้าเข้าสู่ช่องทางของธุรกิจโดยตรง

ทั้งนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือ ไม่ควรซื้อรายชื่ออีเมล การได้รายชื่ออีเมลของลูกค้าควรได้มาจากการที่ลูกค้ายินยอมกรอกแบบฟอร์มสมัครรับข้อมูลข่าวสารด้วยตัวเองหรือให้ข้อมูลส่วนตัวโดยความสมัครใจที่จะรับข่าวสารผ่านทาง Email Marketing การซื้อรายชื่ออีเมลโดยที่ลูกค้าไม่ได้เป็นผู้ให้ข้อมูลด้วยตนเองจะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความไม่เป็นส่วนตัวหรือรู้สึกว่าถูกขโมยข้อมูลจากแบรนด์นั้นๆ ซึ่งจะทำให้มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีและไม่น่าไว้ใจในสายตาลูกค้าได้ และยังถูกรีพอร์ตว่าเป็นสแปมได้ด้วย

ประโยชน์ของการทำ Email Marketing ต่อธุรกิจ 

Image Credit : Freepik

1. เป็นการสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์

การส่ง Email Marketing ไปยังลูกค้ากลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอีเมลข่าวสาร การนำเสนอโปรโมชั่น หรือโปรโมทสินค้าใหม่ ก็ทำให้ธุรกิจของเราถูกมองเห็นมากขึ้น ทั้งในส่วนของสินค้าและบริการ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการนำเสนอขาย และทำให้องค์กรหรือธุรกิจของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นนั่นเอง 

2. เพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์มากขึ้น

จะเห็นว่า การทำ Link Building in SEO เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราได้รับการประเมินจาก Google ว่าการส่งอีเมลให้กับลูกค้า เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้มีคนคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของเรามากขึ้น เช่น การส่งตัวอย่างบทความทางอีเมลเพื่อให้มีคนคลิกเข้ามาอ่านบทความฉบับเต็มในเว็บไซต์ หรือนำเสนอสินค้าใหม่ทางอีเมล และสร้างลิงก์เข้ามายังเว็บไซต์เพื่อดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม เป็นต้น

3. เพิ่มโอกาสการขายได้มากขึ้น

เนื่องจาก Email Marketing มักใช้ในการประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวเกี่ยวกับการออกสินค้าบริการใหม่ๆ หรือแจ้งโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือส่วนลดหรือกดรับ Gift Voucher ต่างๆ ที่ส่งไปหาลูกค้า ซึ่งก็เป็นการสร้างโอกาสให้ลูกค้านำคูปองส่วนลดหรือ Gift Voucher มาซื้อสินค้าและบริการของธุรกิจเพิ่มเติมได้ค่ะ บริการได้มากขึ้นจากการกดสั่งสินค้าโดยตรงผ่านทางอีเมล รวมถึงการกดรับคูปอง

4. เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากลูกค้า

จากข้อมูลที่ลูกค้าได้ทำการกรอกแบบฟอร์ม หรือกด Subscribe เพื่อยอมรับและติดตามข่าวสารผ่านทางอีเมล ทำให้เราสามารถจัดกลุ่มประเภทลูกค้าได้ และแยกกลุ่มประเภทลูกค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งข้อมูลไปหาลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างเฉพาะเจาะจงและตรงกับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนั้นๆ อาทิ ข่าวสารเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่กำหนดส่งให้กลุ่มลูกค้าเพศหญิงเป็นหลัก เป็นต้น

5. สามารถติดตามผลและวัดผลได้

อีกหนึ่งประโยชน์ของ Email Marketing คือ สามารถติดตามผลและวัดผลได้ ในยุคที่การวิเคราะห์ข้อมูลหรือการทำ Data Analysis มีความสำคัญมากในการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน Email Marketing มีส่วนช่วยในการติดตามผลและวัดผลจากลูกค้า โดยสามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ว่า อีเมลที่ส่งไปนั้น สามารถส่งถึงลูกค้าได้กี่คน มียอดจำนวนผู้เปิดดูอีเมลกี่คน และมียอดการคลิกลิงก์ในแต่ละอีเมลเป็นจำนวนกี่ครั้ง ซึ่งสามารถนำข้อมูลในส่วนนี้ไปวางแผนทำการตลาดอื่นๆ ต่อไปได้ หรือถ้าพบว่ายังไม่ได้ผลตอบรับตามที่ต้องการ ก็ทำการปรับปรุงพัฒนาการส่ง Email Marketing ได้

6.  สามารถบริหารจัดการทั้งเวลาและงบประมาณได้

จะเห็นว่า การทำ Link Building in SEO เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราได้รับการประเมินจาก Google ว่าในการเริ่มต้นทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็ก มักจะมีข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณอยู่เสมอ เนื่องจากกำลังคนน้อย และยังมีเงินทุนไม่มาก ต้องบริหารค่าใช้จ่ายหลายส่วน ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับการทำการตลาดผ่านอีเมลหรือใช้ Email Marketing มักเริ่มต้นในราคาที่ไม่สูงมากนัก โดยส่วนใหญ่มักจะคิดค่าบริการตามจำนวนรายชื่อลูกค้าที่ต้องการส่งอีเมลไปให้ ทั้งนี้ การทำ Email Marketing สามารถส่งอีเมลไปยังลูกค้าได้ทีละหลายๆ คน จึงประหยัดเวลา และสามารถตั้งค่าส่งอีเมลอัตโนมัติตามวันและเวลาที่ต้องการได้ ทั้งยังมีเทมเพลตสำเร็จรูปเพื่อให้ง่ายต่อการสร้างอีเมลอย่างรวดเร็วอีกด้วย

บริษัทชั้นนำที่ให้บริการการทำ Email Marketing

Image Credit : Freepik

ถ้าใครที่กำลังเริ่มสนใจจะทำกลยุทธ์ทางการตลาดโดยใช้ Email Marketing ก็มีอยู่หลายบริษัทด้วยกันที่ให้บริการในด้านนี้ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างมา 3 บริษัท ได้แก่

1.  Active Campaign

Active Campaign เป็นซอฟต์แวร์ที่เหมากับธุรกิจประเภท Service หรือ Agancy Businesses ซึ่งมีระบบลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) มีการทำแคมเปญทางการตลาดผ่านอีเมล และมีพาร์ทเนอร์มากมายจึงสามารถผสมผสานการทำงานให้เข้ากับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้มากกว่า 850 แพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Shopify, WordPress เป็นต้น ราคาเริ่มต้นที่ 29 USD / เดือน

2.  Klaviyo

นักทำการตลาดออนไลน์มักจะนำเอา Klaviyo ไปใช้กับกลุ่มธุรกิจประเภท E – Commerce โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแพลตฟอร์ม Shopify, WooCommerce, Magento ซึ่ง Klaviyo ไม่ได้ใช้สำหรับการส่งอีเมลเพียงอย่างเดียว แต่สามารถส่ง SMS ได้ด้วย สำหรับธุรกิจประเภท  E – Commerce การทำ Email Marketing ผ่าน Klaviyo ก็จะสามารถตอบโจทย์การทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างครบวงจร สำหรับค่าบริการนั้นจะคิดตามจำนวนรายชื่ออีเมล ถ้าหากไม่เกิน 1,000 รายชื่อ สามารถใช้บริการได้ฟรี ถ้าเกินกว่านี้จะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 45 USD / เดือน

2.  MailChimp

อีกหนึ่งแพลตฟอร์มการทำการตลาดออนไลน์  ที่เน้นการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำ Email Marketing, Automation (การส่งอีเมลต้อนรับโดยอัตโนมัติ), CRM, Website เป็นต้น ซึ่งสามารถทำได้ทั้งหมดภายในแพลตฟอร์มเดียว สะดวกต่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งนี้ ยังสามารถผสมผสานการใช้งานร่วมกับ Tools อื่นๆ อาทิ WordPress และ Magento โดยราคาเริมต้นที่ 11 USD / เดือน

ตัวอย่างการใช้ Email Marketing ที่ได้ผลดีในแง่ของการทำตลาดออนไลน์

เมื่อเข้าใจเกี่ยวกับ Email Marketing กันพอประมาณแล้ว มาดูว่าธุรกิจใดบ้างที่ใช้กลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์โดยการใช้  Email Marketing และส่งผลดีต่อธุรกิจบ้าง ซึ่งก็ได้แก่

Amazon

Email Marketing ตัวอย่างแรกคือ Amazon บริษัทธุรกิจ E -Commerce ยักษ์ใหญ่ของโลกที่มีการใช้ Email Marketing ที่หลากหลายและครอบคลุมในทุกบริบท ทั้งอีเมลต้อนรับเมื่อสมัครใช้งานในเว็บไซต์ อีเมลเสนอขายสินค้าที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย การยืนยันคำสั่งซื้อ การส่งใบเสร็จรับเงินผ่านทางอีเมล การอัปเดตขั้นตอนการจัดส่งซึ่งทำให้ลูกค้าทราบว่าสินค้าของตนเองกำลังอยู่ในสถานะใด และอีเมลขอบคุณเมื่อได้ทำการจัดส่งสินค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอีเมลในช่วงโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ เช่น Black Friday Deal หรืออีเมลรีวิวสินค้าจากผู้ใช้จริงเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการเลือกสื้อสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าต่างๆ ซึ่งจะมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าออนไลน์ที่สะดวกสะบายและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ทำให้มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากทั่วโลก

Starbucks

แบรนด์กาแฟดังระดับโลกที่ถือว่าเป็น Iconic Brand ก็ได้มีการทำการตลาดออนไลน์โดยการ Email Marketing ไปยังลูกค้าที่ได้ทำการสมัครรับข้อมูลข่าวสารไว้เช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนคือ การส่งโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่างๆ การทำแคมเปญให้ลูกค้าเล่นเกมเพื่อรับคูปองส่วนลด การนำเสนอสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ หรือเครื่องดื่มตามฤดูกาล อาทิ เมนูพิเศษช่วงเทศกาลคริสต์มาส – ปีใหม่ รวมถึงคอลเลคชั่นของสะสมต่างๆ แม้ปัจจุบันจะสามารถส่งข้อมูลข่าวสารผ่านทางแพลตฟอร์มอื่นๆ อาทิ Facebook หรือ Line แต่การส่งอีเมลก็เป็นการการันตีได้ว่าผู้ค้าได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างแน่นอน และเป็นวิธีการสื่อสารอย่างตรงจุด จึงได้มีการใช้อีเมลการตลาดในการส่งเสริมการขายด้วยเช่นกัน

Barack Obama

แม้จะไม่ใช่องค์กรธุรกิจโดยตรง แต่ปรากฏการณ์การะดุมทุนเลือกตั้งผ่านการทำการตลาดออนไลน์โดยการใช้ Email Marketing ตัวอย่างนี้ก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ซึ่งโอบามาได้ทำแคมเปญระดมทุนสนับสุนการเลือกตั้งได้เพิ่มขึ้นถึง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2008 โดยการใช้รูปภาพนิ่งหรือวิดิโอการกล่าวสุนทรพจน์ของโอบามาแปะในอีเมลการตลาดที่ส่งไปยังรายชื่อผู้คนที่ได้มากดติดตามรับข่าวสารจากทางพรรค โดยมีให้กดปุ่ม Call To Action เพื่อลงชื่อสนับสนุน หรือ เลือกคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมผ่านปุ่ม Learn More สำหรับดูข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้คนเปิดใจและกดสมัครเข้าร่วมการบริจาคให้กับโอบามาในที่สุด

การทำ Email Marketing มีประโยชน์ต่อธุรกิจในหลายๆ ด้าน แม้ว่าการส่ง Email จะเป็นรูปแบบการสื่อสารดั้งเดิม แต่ก็ยังเป็นวิธีที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีในการทำการตลาด ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอีเมลเป็นจำนวนราวๆ 4 พันล้านคน การเขียนอีเมลหรือส่งอีเมลในแง่ของการติดต่ออย่างเป็นทางการก็ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน และแทบทุกคนที่มี Account Social Media จะต้องมีการลงทะเบียนสมัครอีเมลเพื่อใช้ในการ Log in เข้าระบบต่างๆ ดังนั้น การทำการตลาดผ่านอีเมลโดยการใช้  Email Marketing ก็ยังถือว่าเป็นช่องทางในการทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างทั่วถึงแทบทุกกลุ่มลูกค้า และถ้าหากใช้อย่างรู้วิธีและมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดี ก็สามารถสร้างยอดขายและสร้างคุณค่าให้กับทั้งองค์กรธุรกิจและกับตัวลูกค้าเองได้เช่นกัน

DIY CONTENT แนะนำ ♡

สำหรับใครที่สนใจเรื่องการทำการตลาดแบบ Inbound Marketing ทำ SEO Content และ Website แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไม่รู้จะปรึกษาใคร ลองติดต่อเข้ามาสอบถาม พูดคุยถึงวัตถุประสงค์ ความต้องการกับเราได้เลยนะคะ

DIY CONTENT ให้บริการด้าน SEO Content และ Website แบบครบวงจร นอกจากนี้ยังมีคอร์สสอนทำคอนเทนต์ที่สามารถต่อยอดได้ตลอดชีวิต ส่วนใครที่อยากปรึกษาการทำคอนเทนต์แบบ 101 ก็มีดูแลให้เช่นกันค่ะ ทักเข้ามาพูดคุยกันนะคะ ♡

อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก : mailchimp.com, sproutsocial.com, optinmonster.com, seochatter.com